China, What's Next?

เกมส์พนันใหม่xboxone: China’s Challenges: Environment

ฝาก 66 รับ 300 1️⃣2021,รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเครื่อง ซีทีเอ็กซ์ 9000จำนวน 26 เครื่องนั้น ได้มีการจัดซื้อเมื่อครั้งก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ยุคพล.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดย บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) ในขณะนั้น ได้ทำสัญญา จัดซื้อจัดจ้างจากกลุ่มไอทีโอ ในวงเงิน 2,608 ล้านบาทขณะที่ไอทีโอจัดซื้อจัดจ้างจากแพทริออท เป็นเงิน 2,003 ล้านบาท โดยแพทริออท จัดซื้อจัดจ้างจากอินวิชั่น อีกทอดในราคา 1,432 ล้านบาท จนเป็นที่มาของข้อสงสัยว่าการจัดซื้อครั้งนั้น เป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ หุ้นแนะนำภาคบ่าย: ทยอยสะสม ADVANC (Defensive play ในช่วงตลาดผันผวนและเป็นหุ้น top 3 interim dividend), เป้าทางกลยุทธ์ 255-260 ตัดขาดทุน 244), เก็งกำไร AAV (คาดกำไรออกมาแข็งแกร่ง และไมได้รับผลลบจากการตรวจของ FAA เนื่องจากไม่ได้บินไปสหรัฐฯ แต่น่าจะได้จิตวิทยาบวกหากผลออกมาดี, เป้าทางกลยุทธ์ 4.90-5.10 ตัดขาดทุน 4.60), เก็งกำไร CEN (ราคาปัจจุบันยังต่ำกว่า NAV ที่ 8 บาท อยู่มาก,เป้าทางกลยุทธ์ 4.50-4.80 ตัดขาดทุน 4.26)คำค้นPRECHASPATLUXE บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 ทั้งนี้ กำลังการผลิตสินค้ากลุ่มลูกชิ้นที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทมีศักยภาพการแข่งขันและทำตลาดเพื่อผลิตสินค้าลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้งและลูกชิ้นปลาหมึกของกลุ่ม ส.ขอนแก่น ที่มีหลายแบรนด์ เช่น แต้จิ๋ว กวางเจา เกาลูน มหาชัย โอเด้ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับแผนขยายตลาดและกระจายสินค้าเข้าสู่ช่องทางตลาดสด ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านค้าสะดวกซื้อ รวมถึงผลักดันการส่งออกไปยังตลาดในกลุ่ม AEC นอกเหนือจากตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกา อียู ญี่ปุ่น เกาหลี อิสราเอล และออสเตรเลียส่วนโครงการคอนโดมิเนียมโฟร์ซีซั่น ไพรเวท เรสซิเด้นท์ กรุงเทพ ณ แม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่าโครงการราว 1.9 พันล้านบาทที่บริษัทเริ่มเปิดขาย Pre-Sale เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะนี้ทำยอดขายได้แล้วมากกว่า 30% และมีกำหนดสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนภายในปี 61โดยจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวน 75,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ให้แก่ นายสุรช จิระพงษ์ตระกูล (ผู้ได้รับการจัดสรรหุ้นคนที่หนึ่ง) ในราคา 5 บาท และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวน 75,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ให้แก่ นายนิรุตต์ งามชำนัญฤทธิ์ (ผู้ได้รับการจัดสรรหุ้นคนที่สอง) ในราคา 5 บาทราคาปิด 10.80 แนวรับ 10.70-10.50 แนวต้าน 11.30 , 11.50-11.80,ทั้งนี้ กำลังการผลิตสินค้ากลุ่มลูกชิ้นที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทมีศักยภาพการแข่งขันและทำตลาดเพื่อผลิตสินค้าลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้งและลูกชิ้นปลาหมึกของกลุ่ม ส.ขอนแก่น ที่มีหลายแบรนด์ เช่น แต้จิ๋ว กวางเจา เกาลูน มหาชัย โอเด้ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับแผนขยายตลาดและกระจายสินค้าเข้าสู่ช่องทางตลาดสด ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านค้าสะดวกซื้อ รวมถึงผลักดันการส่งออกไปยังตลาดในกลุ่ม AEC นอกเหนือจากตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกา อียู ญี่ปุ่น เกาหลี อิสราเอล และออสเตรเลีย、ทดลองเล่นsagame、ดังนั้น กฟผ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีมาตรการและแผนการรองรับอย่างเต็มที่ทั้งด้านผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า และเชื้อเพลิง รวมทั้งได้มีการซักซ้อมหากเกิดกรณีวิกฤติซ้ำซ้อนร่วมกับกระทรวงพลังงาน โดยมีความพร้อมของระบบป้องกัน และระบบป้องกันพิเศษไว้รองรับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว。 แกว่งแดนลบ แม้ผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มธนาคารที่ประกาศออกมาแล้วจะแย่น้อยกว่าตลาดคาดแต่ด้วยความกังวลต่อหนี้เสียที่ยังมีแนวโน้มกดดันต่อผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้ากว่าคาด รวมถึงการอ่อนตัวของราคาน้ำมัน เป็นปัจจัยกดดันต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้นทำให้ SET Index ระยะสั้นมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1,460-1,480 จุด เพื่อรอผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารทั้งหมด ตัวเลขเศรษฐกิจไทย และการประชุม FOMC ในช่วงปลายเดือน (แนวต้าน: 1,475, 1,480 // แนวรับ: 1,465 และ 1,460)แนวต้าน 1480 1496 1505กำหนดจุด stop loss เมื่อใกล้หลุด 2.20 บาทโดย PIMO มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกจากปัจจุบันอยู่ที่ 25% เนื่องจากมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ราว 30-35% สูงกว่าขายในประเทศ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยของบริษัทที่ 15-18% ประกอบกับ บริษัทมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศยังน่าจะแย่ในช่วง 1-2 ปีนี้ โดยเฉพาะในส่วนของมอเตอร์กำลังจะได้รับผลกระทบมาก เพราะใช้สำหรับเครื่องจักรกลทางการเกษตร ซึ่งปีนี้เกษตรกรรายได้ลดลง , เงินบาทเปิด 34.25 ยังอ่อนค่าต่อเนื่อง จับตาราคาทองคำหลังลงแรงVGI ราคาปิด 5.05。

แกว่งแดนลบ แม้ผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มธนาคารที่ประกาศออกมาแล้วจะแย่น้อยกว่าตลาดคาดแต่ด้วยความกังวลต่อหนี้เสียที่ยังมีแนวโน้มกดดันต่อผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้ากว่าคาด รวมถึงการอ่อนตัวของราคาน้ำมัน เป็นปัจจัยกดดันต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้นทำให้ SET Index ระยะสั้นมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1,460-1,480 จุด เพื่อรอผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารทั้งหมด ตัวเลขเศรษฐกิจไทย และการประชุม FOMC ในช่วงปลายเดือน (แนวต้าน: 1,475, 1,480 // แนวรับ: 1,465 และ 1,460)อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการประชุมผู้ถือหุ้นและการทำหน้าที่กรรมการบริษัทเป็นบทบัญญัติที่อยู่ใน พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัดฯ ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ดูแลอยู่ ก.ล.ต. จึงได้ประสานงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินการเรื่องนี้มีความสอดคล้องกันโดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้ BBB- แนวโน้มอันดับเครดิต Stable โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.58 โดยจะเป็นบริษัทเพื่อนำเข้าและจำหน่ายหนังสัตว์ทุกประเภทมูลค่าลงทุน 1 ล้านบาท และมีแผนจะเพิ่มทุนในอนาคต ซึ่งบริษัทจะเพิ่มทุนตามสัดส่วนที่ถือหุ้นอยู่ 40% ไพโอเนียร์ มอเตอร์ ไม่หวั่นภาวะตลาดซบเซา เก็งเข้าเทรด mai ราว ส.ค.นี้ทั่วโลกจับตาสถานการณ์หนี้กรีซในวันนี้ เนื่องจากเป็นวันครบกำหนดเส้นตายที่กรีซจะต้องชำระคืนหนี้แก่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ทั้งนี้ กรีซมีชำระหนี้เงินกู้ 3.5 พันล้านยูโรแก่ ECB ในวันนี้ ซึ่งหากรวมอัตราดอกเบี้ยแล้วจะมีมูลค่าสูงถึง 4.2 พันล้านยูโร,ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 184-195 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 182 บาทนอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการเจรจากับพันธมิตรอีก 1 ราย ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ที่ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 3/58 นี้ โดยอาจจะเป็นรูปแบบที่ใกล้เคียงกับที่ทำกับ KCM ที่จะเข้ามาถือหุ้นในบริษัท ดีแอนด์ดับบลิว (เอเชีย) จำกัดกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ยังดิ่งลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ Call DW บนหุ้นพลังงานปรับตัวลงในวันศุกร์ ยกตัวอย่าง DW28 เช่น PTT28C1510A -8.1% PTTE28C1512A -11.5% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวลง -1.5% และ -2.0% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารค่อนข้างนิ่ง และจะทยอยรายงานผลประกอบการในสัปดาห์หน้า ซึ่งส่งผลให้วอลุ่มเทรด DW บนหุ้นธนาคารค่อนข้างเงียบเหงาตามไปด้วย ทั้งนี้ DW ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น ได้แก่ SGP28C1509A +28.6% โดยหุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้น +0.9%แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ค.) คาดว่าตลาดหุ้นไทยคงยังไปได้ไม่ไกล เป็นช่วงที่ภาวะตลาดซึม เนื่องจากกระแสเงินจากนักลงทุนต่างชาติยังไม่เข้ามา ขณะที่รายย่อยชะลอการลงทุน และนักลงทุนสถาบันในประเทศเลือกลงทุนหุ้นบางตัว อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ยังคงต้องติดตามผลดำเนินงานไตรมาส 2/58 ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศที่เริ่มทยอยประกาศออกมาแล้ว พร้อมให้แนวต้าน 1,480 จุด แนวรับ 1,450-1,460 จุด,อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการประชุมผู้ถือหุ้นและการทำหน้าที่กรรมการบริษัทเป็นบทบัญญัติที่อยู่ใน พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัดฯ ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ดูแลอยู่ ก.ล.ต. จึงได้ประสานงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินการเรื่องนี้มีความสอดคล้องกัน,ส่วนสายการบินของไทยที่ทำการบินไปยังอินโดนีเซีย คือ สายการบินไทย เส้นทางกรุงเทพฯ-บาหลี 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และกรุงเทพฯ-จาการ์ต้า 10 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งขณะนี้การบินไทย ไม่มีแผนจะเพิ่มเที่ยวบิน เพิ่มเส้นทางบิน หรือเปลี่ยนประเภทอากาศยาน จึงไม่มีผลกระทบใดๆ เช่นเดียวกับไทยแอร์เอเชีย และยังไม่มีเครื่องบินเช่าเหมาลำของไทยทำการบินไปยังอินโดนีเซียโดยล่าสุดมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ประมาณ 100-150 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากธุรกิจบรรจุภัณฑ์นมคาดว่าจะขยายตัวประมาณ 10-15% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากลูกค้าที่มีการขยายกำลังการผลิตมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้รายได้ปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อนในช่วงครึ่งแรกของปี 58 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาพรวมยังคงชะลอตัว นอกจากนี้แล้วยังมีความท้าทายจากอุตสาหกรรมไร้สาย ที่ทุกโอเปอเรเตอร์ยังคงแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์และการสร้างรายได้จากบริการข้อมูล ทำให้อุตสาหกรรมเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ดีแทคต้องปรับผลการดำเนินงานภาพรวมสำหรับปี 58 ดังนี้ (1) รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) ลดลงต่ำกว่าปี 2557 เล็กน้อย (2) EBITDA margin จะอยู่ในระดับร้อยละ 31 33 และ (3) งบลงทุน 18,000 20,000 ล้านบาท Selective รับเหมาฯ และสื่อสารต่อไป: SET ยังดูอ่อนแอที่แนวรับ 1,467 หรือ 1,450 จุด ขณะที่กลยุทธ์หลักยังเน้น Selective หุ้นกลุ่มสื่อสาร อย่าง INTUCH ADVANC TRUEIF และกลุ่มรับเหมาฯ CK STEC SEAFCO ต่อไป ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวแนะนำ Indirect Play อย่าง BEUATY ที่คาดการณ์ผลการดำเนินงาน 2Q15 เติบโตแข็งแกร่ง 41% y-ySYNEX ผู้จัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ ซอฟท์แวร์ ระบบสารสนเทศ และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ โดยบริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าจากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก และมีฐานลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการคอมพิวเตอร์ทั้งที่เป็นร้านค้าปลีกและค้าส่งทั่วประเทศ ความโดดเด่นของบริษัทในปีนี้เริ่มกันตั้งแต่ Q1 กำไรกระโดด 100% และ Q2 ยังมีแววกระโดดไม่แพ้กัน ยอดขายโทรศัพท์ Huawei และการขายอุปกรณ์ต่อพ่วงไอที ให้ผู้รับเหมาทำให้ยอดขายทะลัก เพราะผู้รับเหมาที่รับงานประมูลก็มาสั่งสินค้าจาก Synex นี่เอง จึงจัดเป็นบริษัทที่มีฐานลูกค้าหลากหลายทั้งร้านค้าทั่วประเทศ ลูกค้าทั่วไปและผู้รับเหมาต่างๆ ผลกำไรที่เติบโตนี้ทำให้ forward PE ของบริษัทสิ้นปีต่ำเพียง 10 เท่าเทียบบริษัทคู่แข่งถือว่าค่า PE ของ Synex ถูกกว่ากันเท่าตัว ราคาหุ้นจึงควรไปอีกไม่น้อยถ้าให้ค่าพีอีที่สูสีกัน ขณะที่โบรกเกอร์เฉลี่ยราคากันให้ไม่น้อยกว่า 5 บาทเห็นๆด้านนางปาริชาต คชรัตน์ อธิบดีกรมการบินพลเรือน กล่าวว่า อินโดนีเซียได้บังคับใช้มาตรการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นกรมฯอาจต้องหารือกับตัวแทนกระทรวงคมนาคมอินโดนีเซีย เพื่อขอให้ยกเลิกหรือผ่อนผันมาตรการดังกล่าว แต่ในขณะนี้ยังไม่มีสายการบินของไทยร้องเรียนมายังกรมฯถึงความเดือดร้อนจากมาตรการดังกล่าว, BAY ลดเป้าสินเชื่อปีนี้เหลือโต 4-6% หลังปรับลดประมาณการ GDP ไทยทั้งนี้ SET Index ช่วงครึ่งปีหลังนี้น่าจะยังไม่ไปไหนไกล ขณะที่ต่างชาติยังเป็นการขายสุทธิต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าปริมาณการซื้อขายจะอยู่ที่ 4-4.5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามแนะนักลงทุนต้องสำรองทางเลือกอื่นๆ เช่น ถือครองเงินสดมากขึ้น หรือ เคลื่อนย้ายไปลงทุนในตราสารอนุพันธ์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี เนื่องด้วยนักลงทุนสามารถซื้อประกันความเสี่ยงได้ ตามระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนพอใจสำหรับการท่องเที่ยวของไทยขณะนี้มีแนวโน้มดีขึ้น เห็นได้จากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 20% โดยขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 16 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาได้ 28 ล้านคนในปีนี้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาโดยไม่ได้สนใจเรื่องฤดูกาลท่องเที่ยว จึงเห็นว่าในไตรมาส 3 จากที่เป็นนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) ขยับขึ้นมาเป็น Medium season ทำให้การบินไทยได้ประโยชน์ด้วย。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’