China, What's Next?

slotxo สล็อต ฝาก 20 รับ 100 1️⃣2021: China’s Challenges: Environment

fafa117 เครดิต ฟรี,สำหรับเงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 30 ก.ย.58 มีจำนวน 237,259.74 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.8 จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการตัดหนี้สูญของ SSI UK ภายหลังจากการตั้งสำรองเต็ม 100% ทั้งจำนวนตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยในขณะเดียวกัน สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ยังคงอ่อนตัวตามการปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุลย์ของตลาดรถยนต์ภายหลังจากมาตรการรถคันแรก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาทั้งสิ้น 2-3 ปี หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 2.86% เป็น 3.30% จากการจัดชั้นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของ SSI จำนวน 821 ล้านบาท ซึ่งมีการตั้งสำรองเต็มโดยหักหลักประกันตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยบริษัทมองว่าปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนธุรกิจในระยะต่อจากนี้ คือ มาตรการภาครัฐที่เตรียมจะออกมาเพื่อกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ทำให้จะส่งผลดีต่อธุรกิจ เนื่องจากบริษัทมีโครงการที่พร้อมโอนทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมประมาณ 500 ล้านบาททั้งนี้ เมื่อเซ็นสัญญาไปเกือบ 1 ปี ผู้บริหารบริษัท ยูนิคฯ ได้ติดต่อของานโซน 1 และโซน 3 คืน เนื่องจากเกรงบริษัท ทำงานไม่ทัน ซึ่งเป็นการบอกกล่าวด้วยวาจา โดยบริษัทไม่ได้ขัดข้องใดๆ ทั้งนี้เพื่อให้งานแล้วเสร็จเร็วขึ้นโดยตัดงานสายเคเบิลอากาศ 10,827,000 บาทไปด้วย ซึ่งทำให้เริ่มมีปัญหา เช่น การส่งมอบพื้นที่ล่าช้า เบิกจ่ายเงินล่าช้า สั่งทำงานโดยไม่ออกใบสั่งงาน ทำให้การเบิกค่างวดที่ 9 มีปัญหานอกจากนี้ นักลงทุนยังเทขายสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง 13,000 ราย สู่ระดับ 263,000 ราย ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 273,000 ราย, ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย. 58 อยู่ที่ 72.1 โดยเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 และต่ำสุดในรอบ 16 เดือน ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 61.2 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 67.3 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 87.9 เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินคาดว่าสถานการณ์ในตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มจะกดดันเงินเฟ้อต่อไปในระยะใกล้นี้ และเจ้าหน้าที่บางรายประเมินว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของเฟดที่ 2% ได้ในเร็วๆ นี้แนวรับ : 10 / 9.40 บาท? KBANK วอลุ่มทะลักกว่า 2.7 พันลบ.ขานรับต่างชาติเข้ามาซื้อ 30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ 30 หุ้นฝรั่งขายทิ้ง ประจำวันที่ 8 ต.ค.58 ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 22-25 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนาเก็งกาไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 21.90 บาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (9 ต.ค.) ที่ 817.00 จุด ลดลง 24.00 จุด หรือ 2.85% SET ปิดพุ่ง 19 จุด JAS ซื้อ-ขายสูงสุด 4.5 พันลบ.เมื่อเวลา 12.04 น.ตามเวลาโตเกียวในวันนี้ ค่าเงินลิราร่วงลง 0.9% สู่ระดับ 2.9365 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนที่สถานีรถไฟในกรุงอังการา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 95 ราย โดยเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่กลุ่มสหภาพแรงงาน องค์กรประชาสังคม และพรรคสนับสนุนชาวเคิร์ดเดินขบวน เพื่อประท้วงความขัดแย้งรุนแรงระหว่างระหว่างรัฐบาลและนักรบชาวเคิร์ดในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศนอกจากนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจในเชียงราย คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่ จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน เชียงรายเป็นจังหวัดเศรษฐกิจและเป็นประตูสู่ AEC ยิ่งมั่นใจได้ว่า การเดินหน้าขยายสาขาของธนพิริยะในช่วงต่อจากนี้ จะเป็นโอกาสที่สำคัญ และให้ผลตอบแทนที่ดีต่อผู้ถือหุ้นได้อย่างแน่นอน、ขณะที่ปริมาณการซื้อขาย DW บนดัชนีหลักทรัพย์ หรือ SET50 DW ค่อนข้างคงที่จากวันพุธ โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 47.5% ของมูลค่าการซื้อขาย DW ทั้งหมดในวันพฤหัสบดี เทียบกับ 47.3% ในวันพุธ ทั้งนี้ DW28 ที่เกี่ยวข้องได้แก่ TRUE28C1601A ADVA28C1602A PTT28C1602A และ PTT28P1602A เป็นต้น แนะนำซื้อ VGI โดยมีแนวรับที่ 3.64 และ 3.60 และมีแนวต้านที่ 3.80 และ 4.00 เป็นจุดขายทำกำไร, OTO ลงนามบริหารจัดการศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์กับกฟภ.มูลค่า 248.4 ลบ.VGI ราคาปิด 3.56 บาท ตัดขาดทุน 3.46 บาท แนวรับ 3.52 บาท แนวต้าน 3.80 บาท。

(2) งานก่อสร้างสถานีรถไฟระดับพื้น 18 สถานี และป้ายหยุดรถไฟ 7 แห่ง และสถานีรถไฟยกระดับ (สถานีขอนแก่น) 1 สถานี,แนวรับ 4.08 บาท แนวต้าน 4.30 บาท JMART สรุปดีลซื้อกิจการหรือร่วมทุนพันธมิตร 1 รายปีนี้สร้างรายได้ระยะยาว ราคาปิด : 4.84 910 928แนวรับ : 16.60 / 16 บาท,AOT ทั้งนี้ ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งมาโดยตลอดทั้งปี โดยประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) สำหรับสิ้นไตรมาสอยู่ที่ 17.92% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 8.50% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 13.88% และ 4.04% ตามลำดับ,ส่วนมูลค่าเหมาะสมตาม Black-Scholes แบบ Aggressive จะได้มูลค่าในกรอบ 3.432-2.777 บาท เมื่อราคาหุ้น GUNKUL เคลื่อนไหวในกรอบ 20.50-19.10 บาท โดยมี Risk free rate 4.00%, Volatility 43%ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็ก จำกัดประเมินกลยุทธ์การลงทุนใน SET ว่าภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ประกอบกับการที่ Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติที่พลิกกลับมาเป็นฝั่ง Net Buy ตลาดหุ้นและ TFEX ดังนั้นประเมินว่า SET จะปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,390 1,400 จุด ก่อนจะย่อพักตัวเพื่อรอการ Preview งบ Q3/58 ของบริษัทจดทะเบียน แนะนำลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTT PTTEP PTTGC TOP เนื่องจากได้รับอานิสงส์ในเรื่องราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นแรง และกลุ่มที่เกี่ยวกับการส่งออก ได้แก่กลุ่มอาหาร และและอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง รวมทั้งกลุ่มอสังหาฯ แนะนำ SIRI PS SPALI QH LPN จากที่คาดจะว่าจะได้ข้อสรุปมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ในไม่นานนี้ขณะเดียวกันการเพิ่มทุนในครั้งนี้บริษัทฯต้องการให้ผู้ถือหุ้นเดิมได้รับประโยชน์ ด้วยการให้สิทธิกับผู้ถือหุ้นเดิมสามารถจองหุ้นเพิ่มทุนในอัตราส่วนที่กำหนดไว้ 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ได้ในราคา 0.25 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี หรือ P/BV รวมถึงผู้ถือหุ้นเดิมจะได้รับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ(วอร์แรนต์) EMC-W5 ตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญใหม่ที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ EMC-W5 ในราคาใช้สิทธิเท่ากับ 0.25 บาทต่อหุ้น และที่สำคัญที่สุดเมื่อโครงการ และการรับงานต่าง ๆ ของบริษัทฯดำเนินไปตามเป้าหมายที่วางไว้ก็จะเป็นโอกาสที่ผู้ถือหุ้นเดิมจะได้รับผลตอบแทนในอนาคตอีกด้วยพร้อมประเมินกำไรปีนี้ 5,056 ล้านบาท (+321% จากปีก่อน) เตรียมเปิดแผน Mission ปี 63ก้าวสู่ Global Company ปัจจัยแวดล้อมต่างๆจะยังหนุนให้ TASCO มีกำไรที่โดดเด่นอีก 2-3 ปี เตรียมขยายกำลังการผลิตจาก 1.2 ล้านตัน เป็น 2 ล้านตัน เพิ่มกองเรือ รองรรับการเติบโตในอนาคต โดยเพิ่มเป้าหมายเป็น 38 บาท จากเดิม 30 บาท。 ทั้งนี้ DW ที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ได้แก่ Call DW บนหุ้นเทคโนโลยี และหุ้นธนาคารบางหลักทรัพย์ ตัวอย่างเช่น Call DW บนหุ้น TRUE KBANK และ KTB จากการที่หุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้น +4.5% +3.4% และ +2.3% โดย DW28 ที่ปรับตัวขึ้นตามแข็งแกร่ง ได้แก่ TRUE28C1512B +42.9% KBAN28C1511A +31.0% และ KTB28C1512A +22.2% ก.ล.ต.นับหนึ่งแบบไฟลิ่ง ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ คาดเข้าเทรด mai พ.ย.นี้สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ นายสุทธิพงษ์ ศรีพรประเสริฐ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก จำกัดเปิดเผยว่าราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกครั้งหลังปรับลงต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เนื่องจากตลาดแรงงานยังคงอ่อนแอจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในเดือนก.ย.ที่เพิ่มขึ้นเพียง 142,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 200,000 ตำแหน่ง,แนวต้าน: 7.1 7.3 7.55 7.8แนวรับ : 10 / 9.40 บาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (8 ต.ค.58) จากข้อมูลการซื้อขายหุ้นรายวันผ่านไทย เอ็นวีดีอาร์ ซึ่งเป็นดัชนีหนึ่งที่สะท้อนการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ พบว่าหุ้นที่มีการซื้อสุทธิมากที่สุด 30 อันดับแรก หากพิจารณาจากจำนวนหุ้นที่ซื้อสุทธิ ได้แก่ Valuation : แนวโน้มกำไรโตสูงสุดในกลุ่ม ขณะที่ PEG15F ต่ำเพียง 0.7 เท่า แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 56 บาทอย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปดีดตัวขึ้นในระหว่างวันและสามารถปิดตลาดในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มรถยนต์ โดยหุ้นเดมเลอร์ ปรับขึ้น 1.2% หุ้นเฟียต ไคร์สเลอร์ ออโตโมบิลส์ พุ่งขึ้น 3.9% โดยหุ้นเฟียต ไคร์สเลอร์ได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่า ทางบริษัทสามารถทำข้อตกลงร่วมกับสหภาพแรงงานรถยนต์ในสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการประท้วงหยุดงาน กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ศุลกากร ในการอำนวยความสะดวกทางการค้า พันธกรณีระหว่างประเทศ และสถานการณ์การค้าในปัจจุบัน รวมทั้งรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผู้ถือหุ้นใหญ่ขายหุ้น BEC ออก 1.7% เหลือถือ 5.88%。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’