The Debate

บา คา ร่า ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

slots merkur,ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.ของจีนขยายตัว 5.9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนพ.ย.ที่ขยายตัว 6.2% ส่วนยอดค้าปลีกของจีนในเดือนธ.ค.ขยายตัว 11.1% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนพ.ย.เช่นกัน,ขณะที่นักลงทุนจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ เวลา 23.00 น.ตามเวลาไทย、ลอง เล่น slot1️⃣LOOK618、สำหรับการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกันให้ลงโทษเรียงกระทง ความผิด ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.2637/2557 รวม 9 กระทง และตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.4135/2557 รวม 11 กระทง การกระทำของจำเลยในแต่ละกระทงเป็นการกระทำความผิดที่ผิดกฎหมายหลายบทให้ลง โทษบทที่โทษหนักว่าคือมาตรา 14(1) แห่งพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์,หนังสือพิมพ์เช้านี้ รายงานว่า ผศ.พิเศษ รณชัย ตันตระกูล กรรมการผู้จัดการ GENCO เปิดเผยว่า ภาพธุรกิจปี 59 คาดกำไรสุทธิและรายได้จะเติบโตสูงทำสถิติครั้งใหม่ ซึ่งเป็นปีที่บริษัทอาจจะพิจารณาจ่ายปันผลคืนให้กลุ่มผู้ถือหุ้นตามนโยบาย 50% ของกำไรสุทธิ จากปีที่ผ่านมาจ่ายเป็นใบสำคัญแสดงสิทธิ(Warrant)เท่านั้น ธนาคารกลางจีนประกาศว่าจะกำหนดให้ธนาคารต่างชาติกันสำรองเงินฝากสกุลเงินหยวนในจีน ตามข้อกำหนดเงินสำรอง ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.นี้ โดยจดหมายเวียนของธนาคารกลางจีนระบุว่า หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) จะมีการนำมาใช้กับธนาคารต่างชาติ ซึ่งดำเนินธุรกิจสกุลเงินหยวนในจีน โดยจะมีการกำหนดสัดส่วน RRR สำหรับธนาคารต่างชาติในระดับเดียวกับธนาคารพาณิชย์ของจีนCPF Res 19.40-21.00/ Sup 18.50 Stop Loss หากต่ำกว่า 18.00 บาทนายอาคม กล่าวต่อว่า รูปแบบจะเป็นการตั้งบริษัทร่วมหรือ SPV โดยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเรื่องสัดส่วนการร่วมทุนนั้น นอกจากมูลค่าต้นทุนโครงการแล้ว ยังมีเรื่องเทคโนโลยีของจีน และปริมาณการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารจะมาจากทางจีนมากกว่าจากไทย สำหรับต้นทุนโครงการนั้นขณะนี้บริษัทที่ปรึกษากำลังตรวจสอบรายละเอียด และข้อเสนอของฝ่ายจีนมาประเมินร่วมกันผลการศึกษาของไทย โดยจะให้เวลาทำงาน 1 เดือนเพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนจะมีการประชุมครั้งที่ 10 และยังคงเป้าหมายเดิมในการตอกเสาเข็มในเดือน พ.ค.59ทั้งนี้ บริษัทคาดว่ารายได้ในปี 59 จะเติบโตแบบก้าวกระโดดจากปี 58 ที่มีรายได้ 162 ล้านบาทนอกจากนี้ นายสมคิด ได้มอบหมายให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง มาช่วยเจรจาใน 2 เรื่องหลัก คือ รูปแบบการลงทุนโดยต้องการให้ทางจีนมีสัดส่วนการลงทุนที่มากขึ้น จากขณะนี้ที่กำหนดสัดส่วนไทย:จีน 40:60 อาจจะปรับเป็น 30:70 เป็นต้น และสัดส่วนในการลงทุนจะต้องครอบคลุมไปถึงการก่อสร้างด้วยจากเดิม จะครอบคลุมเรื่องการเดินรถ ส่วนเรื่องแหล่งเงินนั้น หลังจากเจรจาเรื่องสัดส่วนการลงทุนได้แล้วหากไทยใช้เงินไม่มากนัก อาจจะหาแหล่งเงินเองหรืออาจจะยังคงกู้จากจีนก็ได้ ดังนั้นเรื่องอัตราดอกเบี้ยจึงไม่ใช่ประเด็นในขณะนี้ ต้องรอการเจรจาเรื่องสัดส่วนการลงทุนได้ข้อสรุปก่อน,ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับดังกล่าวเป็นการร่วมกันจัดตั้งกิจการร่วมทำ ซึ่งมีการแบ่งแยกหน้าที่และความรับผิดชอบภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยบริษัทมีหน้าที่เพียงการเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์ฟาร์ม)ดังกล่าว ซึ่งเป็นการทำธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจปกติของบริษัท โดยไม่มีความเกี่ยวข้องการเข้าซื้อโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะที่หน้าที่ในการจัดการเข้าซื้อโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์จะเป็นหน้าที่ของ W Energy และ Mr. Ongคำแนะนำของ ASLปรับตัวเน้นยืนแนวรับ 1,231 เป็นจุดพิจารณาหลัก แนวต้าน 1,255 จุดSTOP LOSS สถานะ Long ถ้า ITDH16 ปิดต่ำกว่า 7.00 ลงไปเมื่อเวลา 14.31 น.ดัชนี SET อยู่ที่ 1,265.35 จุด เพิ่มขึ้น 20.30 จุด หรือ 1.63% ล่าสุดเมื่อเวลา 14.41 น.ดัชนี SET อยู่ที่ 1,266.94 จุด เพิ่มขึ้น 21.89 จุด หรือ 1.76% มูลค่าซื้อขาย 2.55 หมื่นล้านบาท, อิหร่านเล็งส่งออกน้ำมันเพิ่ม 5 แสนบาร์เรล/วัน หลังมีการยกเลิกคว่ำบาตรIMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 6.3% ในปี 59 และ 6% ในปี 60 โดยไม่เปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ขณะที่ในปี 58 เศรษฐกิจจีนขยายตัว 6.9%แนวต้าน : 774 และ 778。

หนังสือพิมพ์เช้านี้ รายงานว่า ผศ.พิเศษ รณชัย ตันตระกูล กรรมการผู้จัดการ GENCO เปิดเผยว่า ภาพธุรกิจปี 59 คาดกำไรสุทธิและรายได้จะเติบโตสูงทำสถิติครั้งใหม่ ซึ่งเป็นปีที่บริษัทอาจจะพิจารณาจ่ายปันผลคืนให้กลุ่มผู้ถือหุ้นตามนโยบาย 50% ของกำไรสุทธิ จากปีที่ผ่านมาจ่ายเป็นใบสำคัญแสดงสิทธิ(Warrant)เท่านั้นนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในเดือนธ.ค. 58 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป ได้ 86,650 คัน ลดลง 2.8% จากเดือนธ.ค. 57 คิดเป็นมูลค่าการส่งออกรถยนต์ 46,414.76 ล้านบาทTCC (ราคาปิดภาคเช้า 1.44),แนวรับ : 1.89 +/- ,นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้ (18 ม.ค.) มีภาพของการฟื้นตัวในระยะสั้นหลังจากปรับฐานลงไปตามราคาน้ำมันที่ดิ่งลง ซึ่งเป็นการตอบรับข่าวสหภาพยุโรปยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่าน อีกทั้งเศรษฐกิจของสหรัฐฯยังไม่แข็งแกร่ง ทำให้ตลาดมองว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอาจจะไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้เก็งประเด็นบวกว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯคงจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อไปก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นตัวโดยปัจจุบันเหลือหุ้นอยู่บางส่วนเท่านั้น ซึ่งหากภายในสิ้นเดือนนี้ บริษัทดังกล่าวยังไม่แก้ปัญหาให้ชัดเจน บลจ.กรุงศรีก็อาจทยอยลดน้ำหนักการลงทุนลงอีก เพราะการเลือกลงทุนนั้น ไม่ได้ดูเพียงผลตอบแทนหรือกำไรเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมาภิบาลด้วย เงินบาททรงตัวหลังจีดีพีจีนขยายตัวใกล้เคียงตลาดคาด ฮั่งเส็งปิดพุ่ง 398.36 จุด คาดจีนกระตุ้นเศรษฐกิจ,ทั้งนี้ รฟม.มีภาระหนี้เงินกู้เพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2537-2583 ทั้งหมดราว 1.62 แสนล้านบาท ซึ่งหากคำนวณถึงวันที่ 31 ส.ค.58 จะมีหนี้สินจากโครงการเดิม 4.6 หมื่นล้านบาท และโครงการใหม่และส่วนต่อขยายอีก 7 หมื่นกว่าล้านบาท โดยรัฐบาลจะเข้ามาช่วยรับภาระหนี้แทน รฟม.เป็นรายปีไปตามภาระหนี้ที่เกิดขึ้นจริงประมาณ 2.67 หมื่นล้านบาท STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 2.30 ลงไป ส.อ.ท.ตั้งเป้าส่งออกรถยนต์ปีนี้ไว้ที่ 1.22-1.25 ล้านคัน โดยมีปัจจัยบวกจากที่คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะเติบโตได้ 2.9% ส่วนยอดขายในประเทศคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 7.5-7.8 แสนคันหลังจากความต้องการซื้อส่วนหนึ่งถูกดึงไปแล้วในปี 58 จากการเร่งซื้อเพราะการขึ้นภาษี ขณะที่ยอดผลิตรถยนต์รวมทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านค้นแนวรับ 2.80-2.86 บาท,แนวรับ : 15.80 / 15.20 บาท จีนเผยยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.ขยายตัว 11.1% เทียบรายปีINTUCH/50.00ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดภาคเช้าที่ 1,625.53 จุด เพิ่มขึ้น 2.89 จุด, +0.18% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 19,386.75 จุด เพิ่มขึ้น 149.30 จุด, +0.78%,โดยจะใช้เวลาปรับปรุงพื้นที่ 6 เดือน ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการดังกล่าว เมื่อได้ผลการศึกษาแล้วบริษัทฯจะนำเสนออนุมัติคณะกรรมการบริษัทและที่ประชุม ผู้ถือหุ้นต่อไปการเข้าไปเช่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในแผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีแผนจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งทำธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ครบวงจรที่ทันสมัยที่สุด ประกอบด้วยการรักษา สปา และศูนย์รับเลี้ยง ที่อำนวยความสะดวกสบายสำหรับคนรักสัตว์ซึ่งมีจำนวนมากขึ้นในปัจจุบัน พื้นที่ส่วนที่เหลือจะเป็นพื้นที่เช่าสำหรับร้านค้าที่ทำ ธุรกิจ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกประเภท ซึ่งจะทำให้การขยายธุรกิจสัตว์เลี้ยงครบวงจรแห่งแรกของไทยมีความหลากหลาย ทั้งด้านการให้บริการและการจำหน่ายสินค้า、เครดิต ฟรี 2021 แค่ สมัคร1️⃣LOOK618、ด้าน DW บนหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างโดดเด่นนำโดย ADVA28C1605B +25.0% KBAN28C1603A +60.0% PTT28C1605A +29.2% และ INTU28C1605B +24.2 เทียบกับห้องอ้างอิงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.8% 4.9% 6.6% และ 6.0% ตามลำดับ JAS มูลค่าการซื้อขาย 831.44 ล้านบาท ปิดที่ 2.98 บาท ลดลง 0.06 บาทขณะที่เดิม ครม.เมื่อปี 38 มีมติที่จะแบกรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้ค่าออกแบบ ค่าก่อสร้าง ค่าจ้างที่ปรึกษาแทน รฟม.เป็นเวลา 10 ปี โดยมีการจ่ายดอกเบี้ยแทนเป็นระยะๆ ต่อมาเมื่อปี 46 ครม.มีมติเปลี่ยนแปลงให้รับภาระชำระคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วง 3 ปีแรก(ปี 2546-2549) พอมาถึงปี 49 ครม.มีมติให้ยืดระยะเวลาออกไปเป็น 5 ปี(ปี 2550-2554) และเมื่อปี 53 ครม.มีมติขยายเวลาต่ออีก 5 ปี(ปี 2555-2559)มอง SET Index อยู่ในช่วงของ Technical Rebound มองดัชนีมีแนวต้านใหญ่อยู่ที่ 1,267 จุด หากใน 1-2 วันนี้ยังไม่ผ่านด่านดังกล่าว อาจทำให้ SET Index พลิกกลับมาลงต่ำอีกครั้ง。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.