Features | Security

ผลบาเยิร์นเมื่อคืน: Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

สล็อต ฟรี เครดิต ถอน ได้ 2020 1️⃣2021,โดยกองกลางวัย 29 ปี ถือเป็นหนึ่งในแข้งชุดใหญ่ หงส์แดง ที่ได้รับโอกาสลงสนามค่อนข้างน้อยในยุคการทำทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ แถมยังเกือบโดนปล่อยตัวออกจากถิ่น แอนฟิลด์ ไปตั้งแต่ช่วงเดดไลน์ของซัมเมอร์ที่แล้ว ซึ่งตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ บอกว่าตอนนี้การเจรจาทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจของ งูใหญ่ ว่าจะเลือกปิดฉากดีลนี้ในทันที หรือมองหามิดฟิลด์รายอื่นมาเป็นทางเลือกใหม่แทน เท่านั้นรูปเกมที่คาดทีมชาติไทย ที่เสียท่ามาก่อนในเกมนัดแรก ไม่มีอะไรที่ต้องคิดมากกว่าบุกแล้วยิงประตูให้ได้ อย่างน้อยเกมนี้ต้องชนะ 1-0 เพื่อเป็นแชมป์ แต่ดูเหมือนจะเป็นงานง่าย แต่ต้องไม่ลืมว่าอินโดนีเซียยิงประตู ทีมชาติไทยได้ทุกครั้งที่พบกันในทัวร์นาเม้นท์นี้ เพราะฉะนั้นเกมบุกก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน ที่จะไม่ผลีผลามบุกใส่จนหลังบ้านรั่ว และอาจจะโดนลงโทษแบบเวียดนาม ที่เจอทีเด็ดของ อินโดนีเซียมาแล้ว เกมนี้ลูกทีมของซิโก้ ต้องหยุดตัวริมเส้นที่มีความเร็วของทีมเยือนให้อยู่ แล้วต้องตีโจทย์ในการทำให้ ธีรศิลป์ แดงดา และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ คายพิษสงออกมาให้ได้ คลิป ดาวิด ลุยซ์ เล่นมายากลไพ่ในห้องแต่งตัวกับ คอสต้า อาซาร์นอกจากการกระทำดังกล่าวจะผิดกฏการแข่งขันแล้ว ยังผิดกฏหมายด้วยเพราะเข้าข่ายสร้างความรำคาญให้แก่กองเชียร์คนอื่นๆ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกมายืนยันว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในและนอกสนามเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งภาพถ่ายคลิปวีดีโอ รวมถึงข้อมูลต่างๆในโลกโซเชียล ที่มีการโพสต์ก่อนการแข่งขันไว้เป็นพยานหลักฐานแล้ว ซึ่งผู้ก่อเหตุบางคนมีการใช้ผ้าปกปิดหน้าตา เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หาก ระบุได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครก็จะออกหมายเรียกมาให้การกับทางเจ้าหน้าที่ต่อไปช้าง ได้ร่วมมือกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ โค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล ทำหนังสือ “MANUAL OF BEST PRACTICES BY COACH HENG” ซึ่งถือเป็นคัมภีร์เล่มแรกของวงการฟุตบอลไทยที่รวบรวมแบบฝึกของปรมาจารย์ลูกหนังอีกคนหนึ่ง ที่มีโอกาสสัมผัสการแข่งขันทั้งในระดับยุโรปและเอเชีย เชื่อว่าการได้ความรู้และประสบการณ์ของ โค้ชเฮง มาถ่ายทอดเป็นหนังสือเล่มนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะการพัฒนาผู้ฝึกสอนที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างนักเตะที่ดีในอนาคตก่อนหน้านี้ “กิเลนผยอง” มีคิวอุ่นเครื่องกับ ออล สตาร์ ลีกลาว ในวันที่ 25 มกราคมปีหน้า กระทั้งล่าสุดมีรายงานเพิ่มเติมว่าพวกเขาจะแข่งขันศึกสี่เส้าดังกล่าวด้วย เนื่องจากเป็นรายการที่ถูกจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่เมื่อปี 1973 นอกจากนี้ทีมชาติไทยยังเคยถูกเชิญเข้าร่วมมาแล้วในปี 1991 ส่วนทางกิเลนผยองจะเข้าร่วมเป็นปีที่สองต่อจากปี 2013 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 โดยอยู่ร่วม สายอี กับคาชิมา อันท์เลอร์ส แชมป์เจลีก, และผู้ชนะจากรอบเพลย์ออฟ อีกสองสาย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ตลาดซื้อขายนักเตะบัลลงดอร์พอล ป็อกบาลิโอเนล เมสซี่อองตวน กรีซมันน์เอเซเกล ลาเวซซี่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (23 ธันวาคม) ณ อาคารพงษ์สุภี ชั้น 3 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้เดินทางเข้ามอบกระเช้าปีใหม่ให้กับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลฯ เนื่องในวันใกล้เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ประจำปี 2560เครดิตคลิป :VFF Channel,งานนี้เรียกได้ว่าเข้าทาง หงส์แดง ไปเต็มเปา!! เมื่อ วากเนอร์ ริเบโร่ เอเยนต์ส่วนตัวของ กาเบรียล บาร์โบซ่า ศูนย์หน้าขาประจำม้านั่งสำรอง ของ อินเตอร์ มิลาน ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมเปิดรับทุกข้อเสนอที่จะยื่นเข้ามาสำหรับการย้ายทัพเพื่อโอกาสในการลงสนามในช่วงเดือน มกราคม นี้ ของเด็กในการดูแล หลังจากออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา มาถึงปัจจุบัน เจ้าตัวมีโอกาสลงสนามไปแค่ 16 นาทีเท่านั้น。 อินเตอร์ มิลานเฟรดี้ กัวรินไชนีส ซูเปอร์ลีกhttps://www.instagram.com/p/BOUDWyiDGxv/?taken-by=ninsiriขณะที่ประตูอื่นๆ มีดังนี้ อู วัน ธันห์ (นัดเวียดนาม เสมอ อินโดนีเซีย 2-2), อันดิค เวอร์มันยาน (นัดอินโดนีเซีย ชนะ สิงคโปร์ 2-1), ไซอัซวาน ไซโนน (นัดมาเลเซีย ชนะ กัมพูชา 3-2), อ่อง ธู (นัดเมียนม่า แพ้ เวียดนาม 1-2), คอยรุล อัมรี (นัดสิงคโปร์ แพ้ อินโดนีเซีย 1-2), ฟิล ยังฮัสแบนด์ (นัดฟิลิปปินส์ เสมอ อินโดนีเซีย 2-2) และ เจริง พลรถ (นัดกัมพูชา แพ้ เวียดนาม 1-2)รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมบาเยิร์น มิวนิค : มานูเอล นอยเออร์(GK), แมตส์ ฮุมเมิลส์, ฆาบี้ มาร์ติเนซ, ดาวิด อลาบา, ฟิลิปป์ ลาห์ม, ชาบี้ อลอนโซ่, อาร์ตูโร่ วิดัล,ธิอาโก้ อัลคันทาร่า, ดักลาส คอสต้า, อาร์เยน ร็อบเบน, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ พรุ่งนี้เราจะเดินเกมตั้งแต่ต้นเลยนะครับ 90 นาทีเต็มไม่มีผ่อน เราจะเล่นต่อหน้าแฟนบอลด้วย คิดว่ากองเชียร์จะมีส่วน แพ้ชนะเรายังไม่รู้ รู้แต่ว่าเราจะเล่นให้ดีที่สุดในวันพรุ่งนี้ อินโดนีเซีย เองก็คงอยากจะได้ถ้วย แต่บังเอิญว่ายังไม่เคยได้ ส่วนเรานี่ได้มา 4 ครั้งแล้ว พรุ่งนี้เดี๋ยวก็จะรู้กันว่าใครจะได้ไปครับ โค้ชซิโก้ กล่าวด้วยสีหน้ามุ่งมั่น บรูโน โมไรราบอลไทยลีกบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเยนดริค รุยซ์โดยรูปเกมตลอดทั้ง 90 นาที เป็นทางฝั่ง ผู้มาเยือน ที่ดูเหนือกว่าเจ้าบ้าน ปราสาทเรือนแก้ว แทบจะทุกกระบวนท่า แต่กว่าประตูแรกจะมาต้องรอไปถึงนาที 43 จากจังหวะโขกย้อนศรของ ดิเอโก้ คอสต้า หลังจากนั้น สิงห์บลู ก็โชว์ความเหนียวแน่นในเกมรับรักษาสกอร์นำห่างเพียงแค่ลูกเดียวยิงยาวไปจนถึงท้ายเกม ก่อนที่ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ จะเป็นฝ่ายบุกมาคว้า 3 แต้มในสนาม เซลเฮิร์สต์ พาร์ค ไปด้วยสกอร์ 1-0,ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลฯ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นไปได้ทั้งต่อและไม่ต่อสัญญา เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ที่กำลังจะหมดสัญญาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมย้อนถามแฟนบอลและผู้สื่อข่าวว่าไม่อยากเห็นฟุตบอลไทยพัฒนาไปไกลกว่านี้ หรืออยากจะได้เพียงแชมป์อาเซียน กระทั้งล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สอบถาม “อ.หรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน ถึงประเด็นดังกล่าว โดยออกมากกล่าวว่าทั้งนี้ฤดูกาล 2016/17 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ทำสถิติลงสนามรับใช้ ปีศาจแดง ไปทั้งหมดในศึก พรีเมียร์ลีก เป็นจำนวน 11 นัด ยิงได้เพียง 1 ประตู และแอสซิสต์ให้เพื่อนเจาะตาข่ายไป 3 ครั้งด้วยกันรายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามแมนฯ ซิตี้: เคลาดิโอ บราโบ; นิโกลัส โอตาเมนดี้, จอห์น สโตนส์, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, ปาโบล ซาบาเลต้า; แฟร์นันโด, ยาย่า ตูเร่; เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิง; เคเลชี่ อิเฮียนาโช่อาร์เซน่อล: ปีเตอร์ เช็ก; โลร็องต์ กอสเซียลนี่, กาเบรียล เปาลิสต้า, นาโช่ มอนเรอัล, เอ็กตอร์ เบเญริน; กรานิต ชาก้า, ฟร็องซิส โคเกอแล็ง; อเล็กซ์ อิโวบี้, ธีโอ วัลค็อตต์, เมซุต โอซิล; อเล็กซิส ซานเชซทีมชาติไทยกระหน่ำเปิดเกมบุกเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม โดยเน้นเจาะที่ฝั่งซ้าย ประทุม ชูทอง สามารถส่งบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่ายได้ในนาทีที่ 2 แต่ธงล้ำหน้าก็ถูกยกขึ้นมาก่อนแล้ว จากนั้นอีก 5 นาทีถัดมา ธีราทร บุญมาทัน ได้จังหวะกระชากบอลขึ้นมาตบเข้ากลาง ธีรศิลป์ แดงดา วิ่งเข้ามาซัดเต็มเท้าข้ามคานออกไป。

เดินหน้าเข้าสู่บ็อกซิ่งเดย์ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เริ่มจะเรียกความมั่นอกมั่นใจกลับมาได้ก่อนที่จะถึงช่วงสำคัญของฤดูกาลอย่าง บ็อกซิ่งเดย์ ที่ต้องลงเล่นกรำศึกหนักในระยะเวลาแค่ไม่กี่วัน แต่ถือว่าผีแดงค่อนข้างโชคดีที่ได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่ไม่ใช่งานหนักมาก และหากเอาความมั่นใจจากตรงนี้ไปเก็บคะแนนแบบเป็นกอบเป็นกำได้ การเริ่มต้นฤดูกาลอย่างเป็นทางการในช่วงปีใหม่ก็อาจจะไม่ช้าเกินไปก็เป็นได้,ด้าน วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้จัดการทีมกล่าวว่า “ถึงตรงนี้ก็ยังเหมือนเดิมเป้าหมายของเราคือการเป็นแชมป์ ส่วนตัวแล้วก็มั่นใจในทีมว่าจะทำได้ ซึ่งในส่วนของเงินรางวัลแน่นอนว่าหากได้แชมป์จะยกให้กับนักเตะและทีมงานสตาฟฟ์ทั้งหมด”、เครดิตฟรี2019data、11 ตัวจริง ชุดในฝันของ เดวิด มอยส์ ยุคคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ,เครื่องเริ่มติดสถิติของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ภายใต้การนำทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ คือชนะติดต่อกันได้มากที่สุด 4 นัด ในช่วงเปิดฤดูกาลก่อนที่จะแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และพวกเขาฟอร์มเป๋แบบยาวๆ แต่ตอนนี้เหมือนทีมกลับมาติดเครื่องได้อีกครั้ง เมื่อเดินหน้าคว้าชัยชนะมาได้ 4 เกมติดเท่ากับตอนเริ่มฤดูกาล และดูมีแววว่าจะทำลายสถิติเดิมได้ เพราะเส้นทางข้างหน้าในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ยังไม่หนักมากนัก และการที่พวกเขาฟอร์มดีเอาตอนนี้ก็ยังพอมีเวลาให้ลุ้นอย่างน้อยก็ท็อปโฟร์ได้บ้าง (ห่างจากอาร์เซน่อลที่ 4 อยู่  4 คะแนน)แม้ว่ากรีซมันน์จะมีสัญญาอยู่ในถิ่นบิเซนเต้กัลเลรอนถึงปี 2021 แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโค้ชอย่าง ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ไม่ค่อยสู้ดีนัก และหลังจากที่พ่ายในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกนัดชิงชนะเลิศให้กับคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง เรอัล มาดริด ทำให้ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสเริ่มคิดถึงการย้ายทีมใหม่ด้าน จิรัชยากร กองทอง ผู้จัดการกีฬาฟุตบอลโครงการไทยเบฟ ไทยทาเลนท์ ตัวแทนจากเครื่องดื่ม ตราช้าง กล่าวว่า “ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี สำหรับกิจกรรม “ช้างจูงมือฉลาม ตามรอยพ่อ” ทั้ง 3 จังหวัด ซึ่ง เครื่องดื่มตราช้าง และ ชลบุรี เอฟซี รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมอบโอกาสดีๆ ให้กับเยาวชน ใน 3 จังหวัดที่เราได้เดินทางไปทำกิจกรรมฟุตบอลคลินิก รวมไปถึงการได้เดินตามรอยเดท้าของพ่อ ในการเยี่ยมชมโครงการหลวงต่างๆ ซึ่งหวังว่าโอกาสต่อๆไป จะได้มีโอกาสไปทำกิจกรรมดีๆ แบบนี้ในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป”,ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 2559เอฟเวอร์ตัน 0-1 ลิเวอร์พูลผู้ทำประตู : 0-1 ซาดิโอ มาเน่ น.90+4เวลา : 3.00 น.สนาม : กูดิสัน ปาร์คแมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เคลาดิโอ บราโว่(GK), บาการี่ ซาญ่า, จอห์น สโตนส์, นิโกลัส โอตาเม็นดี้, กาแอล กลิชี่, แฟร์นานดินโญ่, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, โนลิโต้ ,ยูเว่ เป็นฝ่ายที่ได้ยิงก่อน และจาก 4 คนแรกของทั้ง 2 ทีม ต่างก็พลาดกันไปฝั่งละลูก โดย มิลาน เป็น จานลูก้า ลาปาดูล่า ขณะที่ ยูเวนตุส เป็น มาริโอ มานด์ซูคิช จากนั้นคนสุดท้ายของทีมม้าลายคือ เปาโล ดีบาล่า มายิงพลาด ขณะที่ มาริโอ ปาซาลิช ของทีมรอสโซเนรี่สังหารเข้าไปซุกก้นตาข่าย ทำให้สุดท้ายเป็น เอซี มิลาน ที่ได้ชูถ้วยรายการนี้ไปครองเป็นสมัยที่ 7 เทียบเท่ากับ ยูเวนตุสเกมต่อไป ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี จะแข่งขันกับ ทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สนาม ธุวันนา สเตเดียม วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เวลา 15.30 น. ตามเวลาประเทศไทยด้านทีมเจ้าถิ่น ฮองอันห์ ยาลาย ภายใต้การคุมทัพของ กีญาอูเม่ กรีเชน กุนซือชาวฝรั่งเศส ส่งทัพใหญ่ลงสนามแบบเต็มสูบ นำแข้งดีกรีทีมชาติเวียดนามที่เตรียมใช้แข่งขันซีเกมส์ นำโดย เลือง ซวง ตรวง, วู วาน ตันห์, เหงียน วาน ตวน และ “เมสซี่แห่งเวียดนาม” เหงียน คอง เฟือง  รายงานยังบอกด้วยว่า หงส์แดง พร้อมยื่นข้อเสนอเป็นเม็ดเงินมูลค่า 10 ล้านปอนด์ ในการดึงตัว แบ็คซ้าย ดีกรีทีมชาติ สกอตแลนด์ วัย 22 ปี เข้ามาเสริมทัพ หลังจากเจ้าตัวกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมบนเวที พรีเมียร์ลีก กับ เดอะ ไทเกอร์ส ในฤดูกาลปัจจุบัน โดยทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ยังคงใช้งาน เจมส์ มิลเนอร์ มิดฟิลด์ธรรมชาติให้ลงไปประจำการในบทบาทหลังบ้านฝั่งซ้าย ซึ่งต้องมาดูกันว่าท้ายที่สุด เจอร์เกน คล็อปป์ จะซ่อมแซมจุดบอดดังกล่าวให้หายขาดด้วยการไปดึงตัว แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เข้ามาฝากอนาคตในรัง แอนฟิลด์ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้หรือไม่รูปเกมที่คาดแมนฯ ซิตี้ น่าจะเริ่มกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง หลังเก็บชัยชนะเหนือ วัตฟอร์ด ได้เมื่อกลางสัปดาห์ เกมนี้ได้เล่นในบ้าน แม้จะขาดตัวผู้เล่นพอสมควร แต่ก็ยังถือว่าไม่ด้อยไปกว่า อาร์เซน่อล สักเท่าไหร่ ซึ่งลูกทีมของ เวนเกอร์ เองก็เพิ่งจะพลาดท่าแพ้ต่อ เอฟเวอร์ตัน มาด้วย น่าจะส่งผลต่อสภาพจิตใจไม่มากก็น้อย วัดกันแล้วเจ้าถิ่นไม่น่าแพ้ และถ้าแนวรุกเฉียบคมสักหน่อยก็มีลุ้นชนะได้เลยโลร็องต์ กอสเซียลนี่ เป็น 1 ในคู่กองหลังที่ดีที่สุดของลีกในตอนนี้ ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์พรีเมียร์ ลีกริโอ เฟอร์ดินานด์อาร์เซน่อลโทบี อัลเดอร์ไวเรลด์โลร็องต์ กอสเซียลนี่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้คลับ เวิลด์ คัพคาชิม่า แอนท์เลอร์สราชันชุดขาวสโมสรโลกเรอัล มาดริด ABOUT THE AUTHOR naddanai อดีตนักเขียนนิตยสาร Inside United ซึ่งเน้นข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลและเทนนิสเป็นพิเศษ,ครึ่งแรกทั้งสองทีมยังสู้กันได้อย่างสนุกแต่ไม่มีประตูเกิดขึ้นทำให้สกอร์ยังคงอยู่ที่ 0-0 คลิปทีมชาติไทยศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพอินโดนีเซีย。

Will 2019 see an increased chance for military confrontation in Asia?

Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

In this Friday, April 13, 2018, file photo released by Military News Agency, Taiwan’s President Tsai Ing-wen, second from left, inspects on a Kidd-class destroyer during a navy exercise off the northeastern port of Su’ao in Yilan County, Taiwan. Tsai boarded a navy destroyer to review military drills ahead of planned war games by rival China.

Credit: Military News Agency via AP, File

The 2019 security outlook for Asia, as in past years, is dominated by a number of regional flashpoints that include the Korean Peninsula, the South and East China Seas, as well as the Taiwan Strait, all of which have the potential to trigger a military confrontation. Nonetheless, there appears to be a reduced risk for open military clashes in all of the four cases in the next 12 months.

Simultaneously, 2019 will likely see an intensification of the war in Afghanistan, amid ongoing peace negotiations?and?the suggested withdrawal of 7,000 U.S. troops from the country;?the presidential election scheduled for the spring?may be postponed. Other areas our readers should watch include:?a possible uptick in violence in Jammu and Kashmir as a result of the 2019 Indian general elections (especially in combination with large-scale, ostensibly Pakistani-sponsored terror attacks, which might compel Indian Prime Minister Narendra Modi to retaliate more forcefully in 2019 than in a non-election year), the usual chance of South Asian border disputes getting out of control, ?and increased naval competition between India, China, and Pakistan in the Indian Ocean. Naval competition is especially noteworthy as all three states are in the process of fielding, or already have deployed, nuclear-armed submarines.

Overall, 2019 will see a general diffusion of military capabilities in the Indo-Pacific region without any single state being capable of dominating the region militarily. While China will remain the region’s top military power, it qualitatively still cannot compete with the much smaller South Korean and Japanese militaries, let alone U.S. forces. In turn, the United States is no longer capable of militarily dominating the region as it had during the 1990s and 2000s. Consequently, an uneasy balance of power is expected to prevail in the region.

Flashpoints

First, should North Korea continue to refrain from further testing of nuclear weapons or long-range missiles, 2019 will most likely be dominated by summit diplomacy with North Korean leader Kim Jong Un possibly parlaying face-to-face with Russia’s Vladimir Putin, Japan’s Shinzo Abe, South Korea’s Moon Jae-in, and the United States’ Donald Trump.? Conversely, a major known unknown will be the reaction of the U.S. president once it will become clearer in 2019 that Pyongyang will not relinquish its nuclear deterrent.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Second, while the United States, along with its regional allies and partners, will continue to carry out freedom of navigation operations (FONOP)?challenging excessive maritime claims in the South China Sea that will draw the ire of Beijing, the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) and China are expected to complete the first draft of a South China Sea Code of Conduct in 2019. Following a steady Chinese military buildup in the contested waters over the past years, an uneasy military stalemate will likely continue to hold throughout the next 12 months.

Third, after tensions between China and Japan in the East China Sea spiked in 2012, last year saw a number of Chinese intrusions into Japan’s contiguous marine zone. Yet, the past 14 months have nevertheless seen a marked diffusion of bilateral tensions — a trend expected to continue into 2019. Both countries will push on with the implementation of East China Sea crisis management and communication mechanisms, officially agreed to in December 2017. Chinese President Xi Jinping will also make his first official visit to Japan in June 2019.

Fourth, while China has stepped up its military pressure on Taiwan throughout 2018, including long-range bomber patrols?and naval exercises in close vicinity to the island (the People’s Liberation Army openly seeks readiness to invade Taiwan by 2020), a cold peace between Taipei and Beijing is likely to prevail throughout 2019. Nonetheless, the Taiwan Travel Act, a U.S. law enacted to revitalize reciprocal visits between the U.S. and Taiwan by high-level government officials and signed into law in 2018, as well as a $1 billion U.S. arms package for Taiwan, is bound to increase tensions throughout 2019.

The 2019 Arms Races

All Asian powers are expected to continue their military modernization programs throughout 2019 with six regional states likely making the 2019 top 10 global military spenders’ list. Here are several military hardware developments worth keeping an eye on:

First, India is expected to induct its most advanced nuclear-capable intercontinental ballistic missile (ICBM), the Agni-V,?to date in the first quarter of 2019. With its increased range and accuracy, the introduction of this new weapon system could pose a problem for long-term strategic stability in Asia. India is also expected to conduct its first real nuclear deterrence patrol in 2019. Long term strategic stability could be further undermined by Pakistani efforts to field a submarine-launched cruise missile (the Babur-3) and a medium-range ballistic missile?fitted with multiple independently targetable re-entry vehicles, or?MIRVs.

Second, China will continue to produce units composed of one of the region’s most advanced long-range air defense system, the Russian-made S-400?Triumf?(NATO reporting name: SA-21 Growler)?into service, which will significantly boost the People’s Liberation Army anti-access capabilities, especially around Taiwan. (Taipei, meanwhile, will continue its development of an indigenous submarine force ?as well as push for the sale of F-35Bs.) China’s first domestically designed and built aircraft carrier, the Type 002 (CV-17), could also enter service as early as the fourth quarter of 2019 further boosting China’s blue water navy capabilities. Notably, the next 12 months may also witness the first operational deployment of a hypersonic glide vehicle (HGV), the DF-17, with significant implications for strategic relations in Asia.

Third, Russia is back as a major military power in the Asia-Pacific. In 2019, the Russian Eastern Military District — the military arm responsible for operations across the Pacific — is expected to receive more than 6,240 pieces of new and upgraded military equipment. 2019 will likely see the delivery of the nuclear-powered ballistic missile submarine Knyaz Vladimir, the Russian Navy’s first upgraded Project 955A?Borei II-class boomer, to the Pacific Fleet. ?Russia’s Strategic Missile Forces are also slated to receive their first HGV in 2019. Additionally, the first batch of Sukhoi Su-57 fighter aircraft, Russia’s first indigenously designed and built fifth-generation stealth fighter jet, is expected to be be delivered to the Russian Air Force in late 2019. Finally, Russia is expected to commission its largest nuclear-powered icebreaker in 2019, whose primary mission will be to clear passages for ship traffic on the Northern Sea route, which runs along the Russian Arctic coast from the Kara Sea to the Bering Strait.

Fourth, the air forces of Australia, Japan, and South Korea will also continue to induct their fleets of F-35A Lightning II Joint Strike Fighters in 2019. These aircraft will primarily serve as platforms for long-range air-to-surface/air-to-air standoff missiles. The Diplomat readers should pay special attention to these weapons systems as they will be an important factor in determining the military balance in East Asia and beyond. Other noteworthy developments to keep an eye on in 2019 are bilateral drills involving Japan’s recently stood up Amphibious Rapid Deployment Brigade, South Korea’s continuous development of its?Kill-Chain pre-emptive strike capabilities, and Australia’s SEA 1000 Future Submarine Program.

Another important development to follow will be Japanese deliberations over the procurement of?vertical or short takeoffs and vertical landings F-35Bs and to convert the?Izumo-class of helicopter destroyers into full-fledged aircraft carriers to accommodate the new aircraft. Additionally, readers should pay special attention to Vietnam’s defense deals in 2019. Russia and Vietnam are in final talks over the purchase of 24 Su-35S “Flanker-E” multirole fighter jets — assumed to be delivered in two batches of 12 — with details of the contract reportedly finalized during the visit of Russian Defense Minister Sergei Shoigu to Hanoi in January 2018. Negotiations over the acquisition of two S-400?Triumf? batteries are purportedly also at an advanced stage.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The United States is expected to maintain a similar force posture in the Asia-Pacific as in 2018 with no major changes save for the deployment of an additional three-ship amphibious ready group (ARG) into the region. Additionally, the U.S. will maintain its continuous bomber presence mission as well as its only forward-deployed? Nimitz-class supercarrier, along with no significant increase or decrease of U.S. ground forces in the Asia-Pacific region. Notably, however, the U.S. could quietly begin negotiating with Japan and South Korea over the deployment of future U.S. ground-launched ballistic and cruise missiles on their territories following the termination of the INF treaty, which could make 2019 a particular eventful year for nuclear diplomacy in Asia. 2019 will also likely see the first deployment since 2017 of a Littoral Combat Ship to the region.

While next year will not see a Rim of the Pacific Exercise (RIMPAC), and scaled down Foal Eagle and Key Resolve exercises, The Diplomat readers should follow the first ever tri-services joint exercises between India and the United States in 2019, the first ASEAN-U.S. Maritime Exercise, ?as well as the annual iterations of the Russia-China “Peace Mission” and “Joint Sea” military drills. Interestingly, the 23rd rendition of the Malabar naval exercise, involving aircraft and ships from Indian Navy, the U.S. Navy, and the Japan Maritime Self Defense Force, is expected to take place in Japanese waters for the first time in 2019.

Outlook

Notably, the absence of a single dominating regional military power in combination with the proliferation of advanced military capabilities in the Asia-Pacific region increases the chances of miscalculation when it comes to assessing the costs and benefits of limited war. The Asia-Pacific region will remain the most militarized region in the world in 2019. The three largest defense budgets in the world are in countries with significant military assets in the region:?the United States, China, and Russia.

This should not distract from the optimistic outlook that 2019 will likely see a reduced risk for military confrontation. The Diplomat readers should, however, keep in mind: Despite our best efforts, the next major military confrontation in the Asia-Pacific, like most military conflicts, will almost certainly come as an apparent surprise and when least expected.

Franz-Stefan Gady is a Senior Editor with the The Diplomat and Senior Fellow with the East West Institute. He tweets @hoanssolo.?