Pacific Money

ผล สลาก วัน นี้ ถ่ายทอด สด: China Powers “Two World” Economy

บา คา ร่า ขั้น ต่ำ 20 บาท,แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ คาดดัชนีฯยังมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง และอาจจะมีแรงขายทำกำไรออกมาได้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ดัชนีฯบวกในอัตราที่น้อยลง หรืออาจจะปรับตัวลดลงไปอยู่ในแดนลบได้ พร้อมให้แนวต้าน 1,553-1,555 จุด แนวรับ 1,540-1545 จุดขณะที่ SNP แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ ได้กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2558 ในวันที่ 17 มิ.ย. เพื่อพิจารณาอนุมัติการเข้าร่วมลงทุนเพื่อขยายธุรกิจร้านอาหารไทยในอังกฤษและกลุ่มประเทศยุโรป ภายใต้บริษัท PFTC ดังกล่าว4. บริษัทมีปณิธาน5ข้อ ที่ท่านประธานกรรมการบริษัทได้มอบไว้ให้เพื่อให้พนักงานที่เกี่ยวข้องกับสื่อทุกคนยึดถือปฏิบัติในการทำงานโดยเคร่งครัด ดังนี้ระยะกลางแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 21.50-23 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนาเก็งกาไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 21.40 บาท,แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (24 เม.ย.) เชื่อว่าทิศทางตลาดฯยังอยู่ในช่วงพักฐานย่อยๆ เพื่อรอปัจจัยบวกใหม่เข้ามา พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,545-1,572 จุด ,ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 20,227.28 จุด เพิ่มขึ้น 93.38 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 28,112.38 จุด เพิ่มขึ้น 178.53 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,655.30 จุด เพิ่มขึ้น 42.30 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,156.94 จุด เพิ่มขึ้น 13.05 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,504.45 จุด เพิ่มขึ้น 8.21 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,848.29 จุด ลดลง 6.48 จุดขณะที่วานนี้(22 เม.ย.)กระทรวงการคลังได้จัดพิธีมอบใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อ Nano-Finance จำนวน 4 ราย ได้แก่ 1) บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด 2) บริษัท ไทยเอซ แคปปิตอล จำกัด 3) บริษัท แมคคาเล กรุ๊พ จำกัด (มหาชน) 4) บริษัท สหไพบูลย์ (2558) จำกัด ทั้งนี้ บริษัททั้ง 4 แห่ง จะเริ่มทำการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ Nano-Finance ทันที และคาดว่าจะสามารถเริ่มให้สินเชื่อ Nano-Finance ได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2558ทั้งนี้ บริษัทมีวัตถุประสงค์จะนำเงินที่ได้จากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ไปชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระ และ/หรือ เป็นเงินลงทุน และ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการESSO ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่องหลังพักตัวสร้างฐานระยะสั้นด้วยรูปแบบ Bullish Flag เส้นค่าเฉลี่ย 7-14-21 ยังคงเรียงตัวตัดกันยืนยันแนวโน้มขึ้น มีแนวต้านแรกบริเวณ 7.05 บาท เป้าหมายถัดไปที่ 7.40 บาทด้านคุณภาพสินทรัพย์ พบว่าแย่กว่าคาด เนื่องจากเห็น NPL ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดโดยเฉพาะ KTB ซึ่งจะแตกต่าง ธ.พ.อื่นๆ เพราะส่วนใหญ่เป็น NPL จากสินเชื่อเคหะ ขณะที่ ธ.พ.อื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อ SME ขนาดเล็ก จึงเป็นผลให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ เพิ่มขึ้นสูงเกินคาดมากจากงวดที่ผ่านมา โดย KKP, KBANK, BAY เป็น ธ.พ. ที่แสดงการเติบโตของกำไรสุทธิโดดเด่นสุดในงวดนี้สวนทางกับ TMB, TISCO, KTB ที่แสดงการหดตัวของกำไรสุทธิสูงสุดในงวดนี้นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส เปิดเผยถึงตลาดช่วงเช้าที่ผ่านมาดัชนีหุ้นไทยรีบาวด์ได้ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังดัชนีฯปรับตัวลดลงมาแรงติดต่อกัน 2 วัน โดยมองว่าเป็นการปรับขึ้นในกรอบที่ค่อนข้างจำกัด,แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า มองว่าดัชนีจะแกว่งไซด์เวย์มีกรอบการแกว่งที่ 1,530-1,560 จุด SET ปิดบวก 10 จุด KTB ซื้อ-ขายสูงสุด 2.86 พันลบ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTBณ เวลา 11.01 น. ราคาอยู่ที่ 20.90 บาท ลบ 0.60 บาท หรือ 2.79% สูงสุดที่ 21.40 บาท ต่ำสุดที่ 20.80 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 2.51 พันล้านบาททั้งนี้ แผนการเข้าซื้อกิจการคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ใน 2-3 ปีนี้ โดยบริษัทได้ให้ความสนใจในธุรกิจปั๊มสูบน้ำดับเพลิง และงานรับเหมาระบบดับเพลิง ซึ่งบริษัทมีความพร้อมในด้านของเงินลงทุนที่มีความแข็งแกร่ง จากกระแสเงินสดที่มีอยู่ปัจจุบัน โดยไม่ต้องมีการเพิ่มทุน,อย่างไรก็ตาม คาดว่าเนื่องจากจะต้องใช้เวลาอีกนาน ขั้นต่ำเป็น 6 เดือนขึ้นไป จึงอาจจะต้องมีการประเมินราคาการทำเทนเดอร์ฯอีกครั้ง ยังคงคำแนะนำในเชิงลบสำหรับ HEMRAJ คือ เต็มมูลค่า (Fully Valued) เพราะราคาปิดยังสูงกว่าราคาพื้นฐานที่ 4.20 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี sum of parts、ตรวจ หวย วัน ที่ 16 สิงหาคม 60 3、ด้านเทคนิค บล.เคเคเทรด ระบุในบทวิเคราะห์ (24 เม.ย.) ว่าTRUE น่ารอซื้อแนวรับ คำแนะนำราคาหุ้นปิดเป็นแนวโน้มลงวันที่สอง คาดว่าราคาจะอยู่ในกรอบแนวรับแนวต้านใหญ่ น่ารอซื้อแนวรับ ตัดขาดทุน 11.90 บาท แนวรับ 12.30 , 12 บาท แนวต้าน 13.50 บาท、เตรียมเข้าสู่ขาลงเต็มตัวเพราะลงด้วย Volume มหาศาล BLISS หวังกลับเข้าเทรด เตรียมยื่นรายงานแผนควบคุมภายในให้ตลท.พิจารณา。

GFJ15:18390, GFM15:18470 ฟื้นตัวในระยะสั้นหลังจากปรับตัวลดลงหลุดแนวรับที่ 18400 ลงไป แต่เราแนะนำให้ Open Long ใน GFM15 มาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงสร้างของราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือ US$1200 และค่าเงินบาทเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว โดยมีแนวรับที่ 18550 และมีแนวต้านที่ 18550นักบริหารเงินเปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ (23 เม.ย.) ที่ระดับ 32.47/49 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.39/40 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทกลับมาอ่อนค่าในช่วงท้ายตลาด เนื่องจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีนออกมาไม่ดี โดยลดลงต่ำสุดในรอบ 1 ปีการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ลงทุนโดยอาศัยโอกาสในการปฏิบัติงาน การรับมอบหมายจากผู้ลงทุนในการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์แทน และการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทำ KYC/CDD เป็นการไม่ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน* ก.ล.ต. จึงสั่งลงโทษผู้แนะนำการลงทุนทั้ง 3 รายดังนี้นอกจากนี้ รายงานของ TIER ยังระบุว่า ยอดส่งออกของไต้หวันในเดือนมี.ค.ร่วงลง 8.88% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 5.73% ในไตรมาสแรก และยอดเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า สู่ระดับ 1.34 หมื่นล้านดอลลาร์ สำนักข่าวซินหัวรายงาน ,นายปฏิภาณ กล่าวว่า การหาพันธมิตรที่เป็นเทรดเดอร์ จะสามารถช่วยขายผลิตภัณฑ์ในตลาดสหรัฐ ซึ่งบริษัทไม่มีความเชี่ยวชาญ ขณะที่ตามปกติบริษัทเทอร์เดอร์จากญี่ปุ่นจะถือหุ้นในแต่ละโครงการสัดส่วนไม่มากราว 20-30% หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร JSP (กำไรรายไตรมาสในปี 2558 เติบโตเป็นขั้นบันได) และ KCE (ได้ประโยชน์จากค่าบาทอ่อน + จับตลาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ที่มีการเติบโตเด่น) TISCO (คาดการตั้งสำรองที่ลดลงน่าจะหนุนให้กำไรฟื้นตัว ยืนยันการผ่านจุดต่ำสุดของผลประกอบการ),อีกทั้งบริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาเตรียมจัดตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจขนส่งภาคพื้นดิน โดยกลุ่มบริษัทมุ่งเน้นให้ลูกค้าเกิดความสะดวกสบายสูงสุด พร้อมทั้งรับรองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อเป็นการยกระดับชีวิตคนไทยทุกคนและในส่วนของ MSeed Asia ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจใหม่ของบริษัทที่ขยายมาสู่การพัฒนาเกมนั้น ในปีนี้คาดว่าจะสร้างได้รายได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทพอร์ตที่เน้นรอรอบ แนะเปิด Short ช่วงดีด โดยเฉพาะยิ่งสูงกว่า 1033-1035 จุด เพื่อรอปิดช่วงชะลอ ตัดขาดทุนเมื่อพ้น 1040 จุด , THCOM (BUY:Consensus [email protected]): ปี 58-59 คาดกำไรโตเฉลี่ยปีละ 25% จากรับรู้รายได้เต็มปีไทยคม 7 ซึ่งมีมาร์จิ้นสูงกว่าดาวเทียมดวงอื่น และมียอด Presale ที่ Utilization Rate 100% แล้ว นอกจากนี้ยังได้เข้าคำนวณ SET50 มีผลตั้งแต่สิ้น 25 เม.ย. + Upside 41.4% จึงแนะนำ ซื้อ จากรายงานดังกล่าว จะเห็น Key สำคัญคือ คณะกรรมการให้ความสำคัญต่อการรักษาขีดความสามารถในการใช้นโยบายการเงิน (กระสุนในการลดดอกเบี้ย) ซึ่งในตอนนี้อยู่ที่ระดับ 1.75% เหลือระดับในการลดอีกไม่กี่ขั้นเท่านั้น อีกทั้งคณะกรรมการยังมีความต้องการที่จะเห็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลังมากขึ้น เหล่านี้ อาจทำให้การประชุมของ คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.) ในวันที่ 29 เม.ย.58 นี้ กนง.น่าจะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.75% ต่อไปก่อน แต่ในอีกการประชุม 5 ครั้งที่เหลือของปี คาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยลงอีกอย่างน้อย 1 ครั้งสู่ระดับ 1.5%นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่ามีผู้แนะนำการลงทุน 2 ราย ที่ดูแลบัญชีหลักทรัพย์ของลูกค้ารายนี้ ในเวลาต่อเนื่องกันได้แก่ นางสาววสุมน และนางสาวมาณวิกา ทั้งสองเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนางธีรานุชและสนับสนุนการรับมอบหมายจากผู้ลงทุนในการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์แทน ได้ชี้แจงตรงกันว่า นางธีรานุชเป็นผู้ติดต่อกับลูกค้า และยืนยันรายการซื้อขายกับลูกค้าทางโทรศัพท์เอง โดยในช่วงเวลาที่ดูแลบัญชีลูกค้า ทั้งสองไม่เคยพบ ไม่เคยติดต่อ PL ออกหุ้นกู้ 450 ล้านบาท ขายสถาบัน ชูดอกเบี้ย 3%อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังพลิกผันและคาดอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทในอนาคตจะสูงกว่าระดับปกติโดยจะได้แรงหนุนจากการลดลงของดอกเบี้ยจ่าย โดยคาดว่ากำไรปกติจะเติบโตในอัตราเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 30% ตั้งแต่ปี 2558-2560 ดังนั้นจึงเชื่อว่าเวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเข้าซื้อสะสมหุ้น CPALL TRUE เสนอที่ประชุมอนุมัติลดพาร์ล้างขาดทุนสะสม พิจารณาบ่ายวันนี้, AAV ลบ 1.21% โบรกฯ มองเป็นโอกาสสะสม ลุ้นกำไร Q1/58 ทะลุ 600 ลบ.,ทั้งนี้ ตลาดบ้านเรายังมีแรงขายทำกำไรระหว่างวันสลับออกมา ซึ่งสัญญาณจาก Fund Flow ช่วง 2 วันหลังนี้เห็นได้ว่านักลงทุนต่างชาติทำ short ในตลาดฟิวเจอร์ส และยังขายสุทธิในตลาดหุ้นด้วย เนื่องจาก Bond yield ของสหรัฐปรับตัวขึ้นมา ทำให้ Earning บ้านเราน่าสนใจลดลง ทำให้ลดโอกาสที่ SET จะปรับตัวขึ้น สื่อต่างประเทศ เผยว่าบรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างประเมินว่ามีโอกาส 40% ที่กรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ ขณะที่โอกาสที่กรีซจะหลุดพ้นจากการเป็นสมาชิกของยูโรโซน อยู่ที่ 30% ทั้งนี้กรีซมีกำหนดที่จะต้องชำระหนี้อีกงวดให้กับเจ้าหนี้ในเดือนพ.ค.ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงคลังยูโรโซนจะประชุมร่วมกันในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซ และการให้เงินช่วยเหลืองวดต่อไปนอกจากนี้บริษัทคงเป้าหมายเปิดโครงการใหม่ในปีนี้จำนวน 13 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งเปิดขายแล้วในไตรมาส 1 จำนวน 2 โครงการ โดยมียอดขายรอโอน (Backlog) ที่รอบันทึกรายได้ในปีนี้จำนวน 1,000 ล้านบาทสรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET รีบาวด์ SET รีบาวด์ทางเทคนิค หลังเมื่อวานเจอแรงขายหนัก ผสมกลุ่มพลังงานกลับมาเป็นพระเอกอีกครั้ง นำตลาดขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบที่เริ่มปรับขึ้นเมื่อคืน นอกนั้นไม่มีอะไรนัก โดยกลุ่มแบงก์ยังโดนขายต่อ นำโดย KTB ส่วนเลข PMI จีน แม้ต่ำกว่าคาดและต่ำสุดรอบ 1 ปี แต่ตลาดภูมิภาคไม่ได้ซึมซับปัจจัยลบดังกล่าว หนำซ้ำส่วนใหญ่ ยังเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ด้วย ทั้งนี้ SET ปิดตลาดที่ 1560.44 จุด +8.43 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 2.3 หมื่นลบ. กลุ่มหลักพลังงาน และ ICT หนุนตลาด ปิดบวก +1.1% และ 0.6% ตามลำดับ ส่วนแบงก์ ปิดลบ -0.8%。

A recent report tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.”

“We are moving away from a U.S. – or Europe-led world to a world led by China,” writes Stephen King, Chief Global Economist at HSBC in a report released on Wednesday.

HSBC’s Emerging Market Index for the last quarter of 2012 tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.” The first is the “old world” consisting of the U.S. and Europe, which continue to experience an ongoing deleveraging. The second is the “new world” consisting of the “structurally dynamic” emerging markets in general, but China in particular.

In fact, HSBC projects that “China will make its biggest-ever contribution to global growth in 2014.”

Part of this is attributable to a slight improvement in China’s economy, which HSBC expects will grow by 8.6% in 2013, up from 7.8% in 2012. Although this is more robust than the 5.4% growth rate HSBC expects from the emerging markets as a whole, it is still a slower rate of growth than China experienced in the pre-financial crisis era.

Still the slower rate of growth is not as consequential as one might expect, at least in terms of China’s impact on the world economy. This is because the Chinese economy is much larger than it was when it was growing by double digit growth rates. “As a result,” King writes, “although its own growth rate may have slowed, its contribution to global growth is on the rise.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

King illustrates this trend by pointing to the increase many countries have experienced, in terms of the percentage of their GDP that comes from their exports to China. This is especially true for countries located near China and, to a slightly lesser extent, commodity producing economies. For example, whereas South Korea’s exports to China amounted to just 3.5% of GDP in 2000, 12% of Seoul’s GDP came from its exports to Beijing in 2012.

It was hardly alone. In fact, a HSBC report from November of last year noted that every country in Asia except for India had seen its export exposure to China—exports to China as a percentage of a country’s total exports—increase between 2006 and 2011. The increase was especially striking in Australia, given its location and commodity production. According to Saul Eslake, chief economist at Bank of America’s Merrill Lynch division in Melbourne, Australia ships about 28% of its exports to China and Beijing indirectly sets the price that other countries pay for another 30% of Australia’s exports.