The Pulse | Security | South Asia

เดิมพันฟรี ฟรีเครดิต100ไม่ต้องฝาก: India Should Talk to China About Afghanistan

ทดลองใช้ฟรี m88 pantip,ความเห็น: PE 13 เท่า ต่ำสุดในกลุ่มไอที และ แนวโน้มไตรมาส 4 จะออกมาดีพอสมควรวันที่ 3 ธ.ค.2558 ติดตามการแถลงแนวโน้มเศรษฐกิจต่อคณะกรรมาธิการร่วมเศรษฐกิจของสภาคองเกรสในเวลา 22.00 น. ตามเวลาไทย คาดว่าจะมีการพูดถึงความพอใจต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ และความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งน่าจะทำให้ตลาดเงินและตลาดหุ้นทั่วโลก มีโอกาสที่จะแกว่งผันผวนต่อเนื่องได้ สรุปหุ้นโดนขายชอร์ตหนัก ประจำวันที่ 30 พ.ย.58IRC Res 22.50-23.00/ Sup 21.60 Stop Loss หากต่ำกว่า 21.00 บาทSTOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 18.00 บาทลงไปนายพีระพล กล่าวอีกว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าจากสหรัฐฯ เพื่อจำหน่ายแผงโซล่าร์เซลล์ ที่มีคำสั่งซื้อเป็นกำลังการผลิตราว 120 เมกะวัตต์ โดยจะเริ่มเห็นรายได้เข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังของปี 59,นอกจากนี้ บริษัทได้แต่งตั้งบริษัทสอบบัญชี ดี ไอ เอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ดี ไอ เอ) เพื่อตรวจสอบสถานะทางการเงิน รวมถึงข้อมูลอื่นๆที่มีนัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในบริษัท โอรินฯ รวมถึงโครงการคอนโดมิเนียม Origin บางมด ของโอรินฯ พบว่ามีข้อมูลทางการเงินบางประการเปลี่ยนแปลงไปจากข้อมูลเดิม จึงได้ทบทวนศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและข้อมูลผลตอบแทนจากการลงทุนที่คาดว่าจะได้รับ(ROI) รวมถึงข้อมูลสำคัญอื่นๆ ประกอบกันด้วยความรอบคอบอีกครั้งแล้ว เห็นว่าโครงการคอนโดมิเนียม Origin บางมด ยังเป็นโครงการที่มีศักยภาพที่จะสร้างผลกำไรตอบแทนให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้นได้ และเพื่อให้การลงทุนสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากที่สุดความเห็น:ลุ้น Rebound BA มั่นใจปี 58 กำไรทำนิวไฮรายได้โต 10%ปี 59 รายได้คาดโต 10-15%สำหรับวาระน่าสนใจวันนี้ กระทรวงคมนาคมเสนอแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2559 (Action Plan) ประกอบด้วยแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งสิ้น 20 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 1.7 ล้านล้านบาทแนวรับ 6.60-6.80 บาทSCN Trading แนวรับ 8.20 บาท แนวต้าน 8.50 บาท จุดลดความเสี่ยงหากหลุด 8.00 บาท ,สรุปหุ้น10อันดับแรกที่มีผลกดดัชนีวันนี้ (27พ.ย.) SPA ตั้งเป้ารายได้ปี 59 โต 35% เล็งขยายอีก 10 สาขาใน กทม.-ตจว.แนวรับ 3.54-3.60 บาทMINT (TP37.0*) : Support 33.5/32 Resistance 36.5/38ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 60-72 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 59.50 บาทโดยบริษัทจึงได้ใช้สิทธิเจรจาต่อรองราคาซื้อขายกับผู้จะขายอีกครั้งตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยผู้จะขายตกลงที่จะปรับราคาซื้อขายลงเหลือ 160 ล้านบาท จากเดิมที่ 195 ล้านบาท ซึ่งจะทำการปรับราคาในงวดที่ 2 และงวดที่ 3 ส่วนเงื่อนไขและข้อตกลงอื่นๆในส่วนที่มีนัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำรายการยังคงเป็นไปตามเดิม โดยในบ่ายวันเดียวกัน (2 ธ.ค.) คณะกรรมการ กทค.จะประชุมเพื่อรับรองการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ และสำนักงาน กสทช.ได้นัด TRUE รับมอบใบอนุญาตคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ต ในวันศุกร์ที่ 4 ธ.ค.58ทั้งนี้ บริษัทฯ จึงได้เซ็นสัญญาจับมือเป็นพันธมิตรกับ นายเมธี ศรีปานนาค กรรมการบริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด อาร์ทิสต้า มีเดีย ซึ่งเป็นผู้ติดตั้งสื่อโฆษณาจอ LCD ในคอนโดมิเนียมของเครือ LPN, U Delight, Grand Unity Development และ AP เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นความร่วมมือในลักษณะเอ็กซ์คลูซีฟ โดย อาร์ทิสต้า มีเดีย จะเป็นผู้ติดตั้งจอ LCD ในโครงการต่างๆ ของคอนโดมิเนียม และ VGI จะเข้าไปรับผิดชอบในส่วนการตลาดและการขายสื่อโฆษณา LCD ที่ติดตั้งในบริเวณลิฟท์โดยสารและบริเวณโถงรอลิฟท์ของคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ LPN, U Delight และ Grand Unity Development รวมถึง RHYTHM ของ AP ซึ่งปัจจุบันได้เข้าไปติดตั้งแล้ว 78 โครงการ 219 อาคาร 549 จอ และ VGI ได้เริ่มเสนอแพ็คเกจการขายให้แก่ลูกค้าที่สนใจลงซื้อโฆษณาจอ LCD ที่ติดตั้งในคอนโดมิเนียมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว。

กราฟ NCL ปรับฐานเห็นกันชัดๆ อยู่แล้ว แต่ลงมาปิด gap แล้วเริ่มนิ่ง ส่งสัญญาณการดีดตัวขึ้นเหมือนจะกลับขึ้นไปยังแนว minor uptrend เดิมให้ได้ และยังมีเวลาจนกว่าจะผ่าน 2.66 บาทไปอย่างเด็ดขาด เมื่อผ่านได้งานนี้กลับไปอาละวาดข้างบนได้สบาย แรงๆ ยาวๆ ไม่ยาก ตรงนี้จึงแนะนำซื้อสะสมและกำหนดจุดเลิกถ้าหลุด 2.52 บาท ทั้งนี้ บริษัทฯ จึงได้เซ็นสัญญาจับมือเป็นพันธมิตรกับ นายเมธี ศรีปานนาค กรรมการบริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด อาร์ทิสต้า มีเดีย ซึ่งเป็นผู้ติดตั้งสื่อโฆษณาจอ LCD ในคอนโดมิเนียมของเครือ LPN, U Delight, Grand Unity Development และ AP เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นความร่วมมือในลักษณะเอ็กซ์คลูซีฟ โดย อาร์ทิสต้า มีเดีย จะเป็นผู้ติดตั้งจอ LCD ในโครงการต่างๆ ของคอนโดมิเนียม และ VGI จะเข้าไปรับผิดชอบในส่วนการตลาดและการขายสื่อโฆษณา LCD ที่ติดตั้งในบริเวณลิฟท์โดยสารและบริเวณโถงรอลิฟท์ของคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ LPN, U Delight และ Grand Unity Development รวมถึง RHYTHM ของ AP ซึ่งปัจจุบันได้เข้าไปติดตั้งแล้ว 78 โครงการ 219 อาคาร 549 จอ และ VGI ได้เริ่มเสนอแพ็คเกจการขายให้แก่ลูกค้าที่สนใจลงซื้อโฆษณาจอ LCD ที่ติดตั้งในคอนโดมิเนียมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จับตา DTAC เตรียมวิ่ง! หลังศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งคุ้มครอง กสท. ในการประชุม ECB เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมานั้น นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB กล่าวในแถลงการณ์ภายหลังการประชุมว่า ECB จะทำการทบทวนในเดือนธ.ค.เพื่อพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำในขณะนี้THCOM Trading buy ปิด: 24.9 แนวรับ: 24.8-24.3 แนวต้าน: 26-26.5ขณะที่คณะกรรมการของบริษัทได้มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล (Biomass Power Plant) โดยการเข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทแห่งใหม่รวม 5 บริษัท เพื่อเตรียมเข้าร่วมประมูลรับคัดเลือกและอนุญาตเป็นผู้เสนอขายไฟฟ้า เพื่อให้ได้มาซึ่งสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตามแต่กรณีไป คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนเริ่มต้นเท่ากับ 8.96 ล้านบาท โดยใช้แหล่งเงินทุนจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท,โดยภายในไตรมาส 1/59 บริษัทเตรียมนำรถขนส่งเชิงพาณิชย์ประเภท 6 ล้อขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าคันแรกของประเทศไทย นำมาทดลองใช้จริงในเส้นทางการขนส่งของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ตามที่บริษัทกับ CPALL และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 3 ฝ่าย เมื่อไตรมาส 2/58 ที่ผ่านมา เพื่อร่วมดำเนินโครงการการพัฒนายานยนต์และพลังงานทางเลือกในระบบโลจิสติกส์ ตลาดหุ้นเอเชียอ่อนตัวบ่ายนี้ จับตาข้อมูลจ้างงานสหรัฐ-สุนทรพจน์ เยลเลน ECB ระบุก่อนหน้านี้ว่า จะซื้อพันธบัตรมูลค่า 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน จนถึงเดือนก.ย.ปีหน้า โดยเริ่มต้นในเดือนมี.ค. คิดเป็นวงเงินรวม 1.1 ล้านล้านยูโร ซึ่งมีเป้าหมายที่จะอัดฉีดเม็ดเงินใหม่ๆเข้าสู่เศรษฐกิจของประเทศยูโรโซนที่กำลังซบเซาลง และจัดการกับภาวะเงินฝืด และอัตราว่างงานในยูโรโซน โดย ECB จะซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ใกล้ระดับ 2% ในระยะกลางกราฟ TNP (120 นาที) อยู่ในระหว่างตั้งลำสร้างฐานหลังจากเข้าตลาดโดนแรงเทขายออกมาตั้งแต่วันแรก ถึงตรงนี้เริ่มนิ่ง แกว่งตัวขึ้นช้าๆ ส่งสัญญาณซื้อม้วนกลับ ปริมาณการซื้อขายอยู่ในระดับดี มีแนวต้านสำคัญ 1.65 บาทหากผ่านไปได้จะกลับขึ้นอย่างโดดเด่น แนะนำเก็งกำไร。 สำหรับ จำเลยที่ 1 บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (NMG)มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 24,705.52 ล้านบาท จับตา! วันนี้คมนาคมเสนอแผนลงทุนขนส่ง 20 โครงการ กว่า 1.7 ล้านลบ. ACD ลดมูลค่าซื้อคอนโดฯออริจินส์ เหลือ 160 ลบ.จากเดิม 195 ลบ. ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของทั้งสองบริษัทร่วงลงอย่างหนักในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้น รวมทั้งได้ฉุดตลาดหุ้นจีนโดยรวมด้วย SET พรุ่งนี้ฟื้นหลัง MSCI ปรับน้ำหนักการลงทุนไปแล้วโดยบริษัทจึงได้ใช้สิทธิเจรจาต่อรองราคาซื้อขายกับผู้จะขายอีกครั้งตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยผู้จะขายตกลงที่จะปรับราคาซื้อขายลงเหลือ 160 ล้านบาท จากเดิมที่ 195 ล้านบาท ซึ่งจะทำการปรับราคาในงวดที่ 2 และงวดที่ 3 ส่วนเงื่อนไขและข้อตกลงอื่นๆในส่วนที่มีนัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำรายการยังคงเป็นไปตามเดิม ระดับราคาได้มีสัญญาณขายของแนวโน้มใหญ่อีกครั้งหลังจากทำ New Low ทำให้มีแนวรับเป้าหมายแรกของแนวโน้มขาลงที่บริเวณ 60.00 บาทเป็นอย่างน้อยสำหรับอัตรากำไรสุทธิของบริษัทในปีหน้าจะพยายามรักษาอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 7% ในปีนี้จากการลดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน รวมถึงบริษัทจะเพิ่มสัดส่วนรายได้การจำหน่ายระบบปั๊มอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิในระดับสูง ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้น。

Like India, China is concerned that Taliban-ruled Afghanistan could be a safe haven for Islamic militants.

India Should Talk to China About Afghanistan

With the Taliban’s advance, Afghan militiamen join the Afghan defense and security forces during a gathering in Kabul, June 23, 2021.

Credit: AP Photo/Rahmat Gul

As U.S. troops withdraw from Afghanistan, multiple regional powers are descending upon the country to create ties with friendly factions of the Taliban and to secure their interests. Yet, one country stands to lose more than most.

For the past several years, India has made Afghanistan its pet project for state-building, pouring in close to $1 billion – and possibly more – to fund schools, hospitals, and other infrastructure in war-torn areas. India has also invested heavily in building Afghan democratic institutions. It provided funds to develop a robust media sector, built the Parliament building, and helped develop an election process.

But much of this was made possible by the security cover offered by U.S.-led coalition troops. During the Taliban’s five-year stint in power before the U.S. invasion of 2001, India had accused the Taliban of providing a safe haven to militants that were fighting India in Kashmir. In 2014, the Indian consulate in the city of Herat had come under fire from militant groups with suspected links to Pakistan.

Now, with the U.S. gone and the Taliban advancing once more, not only are India’s investments in Afghan democracy being laid to waste, India is also left with no allies to depend on in the country. In many ways, the U.S. withdrawal resets Afghan politics to its pre-2001 state, and New Delhi fears that Kashmiri militants will once more use the Taliban’s control over Afghan territory as a safe haven.

This is where India could find some common ground with an unlikely ally: China. In recent days, India has been scrambling to hold dialogue with Iran and Russia, in an effort to control the Taliban and uphold some stability across Afghanistan. Yet, in the absence of the U.S., China will likely emerge as the only power in the region large and influential enough to contain the Taliban.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

China has long been bothered by the threat that militancy in Afghanistan and Central Asia poses to its own economic and security interests. Last month, China announced that it intends to expand the Belt and Road Initiative to Afghanistan – an effort that could be jeopardized by fighting and violence in the country. Just as importantly, Beijing is wary that a Taliban-ruled Afghanistan could act as a potential safe haven for separatist groups in Xinjiang.

In recent years, China has been preparing for the inevitable in Afghanistan by cultivating its own ties with the Taliban. In June 2019, the Taliban’s deputy leader, Mullah Abdul Ghani Baradar, visited Beijing. Months later, another nine-member Taliban delegation traveled to Beijing, amidst the deal-making with the U.S.

The Taliban, too, has been courting Beijing, in an effort to build some international legitimacy and secure much-needed investment. In a recent interview, Taliban spokesperson Suhail Shaheen called China a “welcome friend” and said that the group will guarantee the safety of Chinese investors and workers.

India should pay close attention to these dynamics. Analysts in New Delhi are wary of a potential China-Pakistan nexus in Afghanistan, which will prop up the Taliban and aim to weaken India’s hand in Kashmir. Indeed, in the aftermath of the clashes in Ladakh between India and China – and the ensuing stalemate – China may find that strategy alluring.

Yet, owing to China’s ambitious economic projects in Central Asia, and Beijing’s ideological differences with the Taliban, India may still be able to find some space to cooperate with China in Afghanistan. In May, China held a summit with key Central Asian countries to cooperate on curbing militancy in Afghanistan and “create a safe Silk Road.”

New Delhi must make sure that it is not left out of this loop. India should seek to establish dialogue with China on Afghanistan, identify and establish common interests, and cooperate over outreach to different factions within the Taliban.

When the U.S. flew into Afghanistan two decades ago, India found itself upstaged by Pakistan in dictating American foreign policy moves in the country. New Delhi has a more credible presence in Afghanistan today than it did in 2001, but it needs to make sure that it does not find itself playing catch-up once again.